Skip to content
Advertisement
You are here: Home arrow ข่าวประกาศ arrow "มาร์ค"หาช่องออกกม.กู้เงินเต็มเพดาน
"มาร์ค"หาช่องออกกม.กู้เงินเต็มเพดาน พิมพ์ อีเมล์
 
 

"มาร์ค"หาช่องออกกม.กู้เงินเต็มเพดาน

 

     

"อภิสิทธิ์"ยันเดินหน้ากู้เงินต่างประเทศ 1.56 ล้านล้านบาท หาช่องออกกฎหมายให้อำนาจรัฐทำได้ โดยไม่กระทบกระเทือนตัวเลขหนี้สาธารณะ เผยขรก.ชงโครงการปี 53กว่า2.8ล้านล้าน ช็อก!ยอดขอคืนภาษี 6เดือนแรกของปีงบ'52 พุ่ง 1.09 แสนล้านบาท
       
       นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ(ครม.)วานนี้(29 เม.ย.) ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องงบประมาณจากเงินกู้ต่างประเทศจำนวน 1.56 ล้านล้านบาท ซึ่งจะอยู่ในกรอบของแผนการลงทุนประมาณ 3 ปี (ตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2) โดยจะมีการนำตัวเลขมาดูว่า ประมาณการล่าสุดเมื่องบประมาณการจัดเก็บรายได้เป็นเท่านี้ แหล่งเงินอื่นจะมาอย่างไร หากจำเป็นจะต้องมีการหาแหล่งเงินอื่น จะต้องมีการปรับแก้หรือออกกฎหมายอะไร สัปดาห์หน้าจะได้ข้อยุติ
       
       ซึ่งการกู้เงินเต็มเพดานนั้น คงจะไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวเลขหนี้สาธารณะ เพียงแต่จะพิจารณว่า วิธีที่ทำจะไม่ไปแก้กฎหมายหลัก จะทำเหมือนหลายครั้งในอดีต ที่มีการออกกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงิน เช่น ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครั้งที่ผ่านมา ได้มีการออกกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลในการกู้เงิน เช่นเดียวกับปี 2545 (สมัยอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย) มีการออกกฎหมายให้รัฐบาลกู้เงิน
       
       “เราจะทำลักษณะคล้ายๆอย่างนั้น โดยจะต้องมีการกำหนดวงเงินและกรอบเวลาให้ชัดเจน โดยความตั้งใจของผม คือ ในส่วนที่เป็นโครงการที่มาใช้ในการลงทุนเพื่อการพัฒนา ต้องให้สภาผู้แทนราษฎรได้เห็นรายละเอียดของโครงการต่างๆ เวลานี้กำลังให้ทางกฤษฎีกาพิจารณาดูว่า ทำได้ในรูปแบบไหนอย่างไร ซึ่งกฎหมายมีทั้งพ.ร.บ.และพ.ร.ก. หากจะออกเป็นพ.ร.ก. ก็ต้องดูว่ามีความจำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น”นายกฯกล่าวและระบุว่า
       
       กรอบเงินกู้เดิมที่กำหนดไว้ 1.56 ล้านล้านบาท จะไม่ใช่เงินกู้ทั้งหมด ส่วนหนึ่งจะเป็นงบประมาณ ส่วนหนึ่งเป็นการดำเนินตามนโยบายคณะกรรมการนโยบายความร่วมมือในการลงทุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (PPP Committee) ส่วนกรอบวงเงินกู้จะต้องไปทำตัวเลขออกมา สัปดาห์หน้าจะชัดเจน
       
       ขรก.ชงโครงการปี53กว่า2.8ล้านล.
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านั้นส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ได้เสนอของบประมาณรายจ่ายประจำปี 53 มาที่สำนักงบประมาณรวมเป็นวงเงินกว่า 2.8 ล้านล้านบาท ทั้งที่ ครม.ได้ปรับลดกรอบวงเงินรายจ่ายเหลือเพียง 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งล่าสุดสำนักงบประมาณได้พิจารณาและปรับลดงบประมาณของแต่ละหน่วยงานเหลือเพียง 1.8 ล้านล้านบาทจากที่เสนอมาทั้งหมด โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอให้ครม.พิจารณาอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ค. นี้ ซึ่งส่วนราชการที่ของบมาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นส่วนราชการเดิม เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการคลังและมหาดไทย เป็นต้น
       
       ทั้งนี้ การพิจารณาจัดสรรเงินงบประมาณให้แก่ส่วนราชการและหน่วยงานทุกแห่งนั้น จะนำไปบูรณาการกับงบประมาณตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงิน 1.56 ล้านล้านบาท ในช่วง 3 ปี ที่จะมีการลงทุนในแต่ละปีเฉลี่ย 4 แสนล้านบาทเศษต่อปี ซึ่งจะเป็นการกู้เงินทั้งหมดเพราะรัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอ
       
       ช็อก!ขอคืนภาษีพุ่ง1.09แสนล้าน
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจ ยังรับทราบรายงานของกระทรวงการคลัง ที่รายงานสถานการณ์การคลังใน 6 เดือนแรกและแนวโน้มปีงบประมาณ 2552 สรุปว่า การจัดเก็บรายได้สุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 จำนวน 5.9 แสนล้านต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551จำนวน 7.4 หมื่นล้าน และต่ำกว่าเป้าหมาย 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 จำนวน 9.8 หมื่นล้าน คิดเป็นร้อยละ 14.9
       
       ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 ได้มีการคืนภาษีแล้ว จำนวน 1.09 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการณ์ร้อยละ 10.4 และสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551 ร้อยละ19.5
       
       สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 ทั้งในส่วนของรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนสามารถเบิกจ่ายได้ 9.7 แสนล้านบาท สูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2552 จำนวน 8.8 แสนล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 45.4 ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายในปี 2552 อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายรายจ่ายลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายต่อไป
       
       ส่วนดุลการคลังในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 นั้น รัฐบาลไดทำการบริหารเงินสดให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินโดยฐานะเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนมี.ค. 52 จำนวน 5.08 หมื่นล้านบาท โดยประมาณการฐานะการคลังตลอดปีงบประมาณปี 2552 สรุปว่า การจัดเก็บรายได้มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมายประมาณร้อยละ 17.4 โดยคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณ 2552 ได้ประมาณร้อยละ 94.4 ของวงเงินงบประมาณปี 2552 และคาดว่าเงินคงคลัง ณ สิ้นงบประมาณ 2552 ประมาณ 9.3 หมื่นล้านบาท

 

ที่มา :www.manager.co.th  
 
 
 

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?