Skip to content
Advertisement
You are here: Home arrow ข่าวประกาศ arrow “นิด้า” จัดวิพากษ์กฎหมายท้องถิ่น – แนะองค์กรยุคใหม่ต้อง
“นิด้า” จัดวิพากษ์กฎหมายท้องถิ่น – แนะองค์กรยุคใหม่ต้อง พิมพ์ อีเมล์
 
 

“นิด้า” จัดวิพากษ์กฎหมายท้องถิ่น – แนะองค์กรยุคใหม่ต้อง
เป็นอิสระ

 

     

  ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - นักวิชาการคณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้าร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยและสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยตั้งวงวิพากษ์การปรับปรุงกฎหมายท้องถิ่น 4 ฉบับ พร้อมเร่งผลักดันร่างเข้าสู่สภาคาดสรุปได้ทันสิ้น เม.ย.นี้ แนะองค์การปกครองท้องถิ่นต้องแยกอิสระออกจากมหาดไทยขึ้นตรงสำนักนายกฯ เน้นกระจายอำนาจที่เป็นธรรม อัตราการจัดเก็บภาษีต้องเหมาะสม เพิ่มกรรมการกลางในแต่ละท้องถิ่นเพื่อความเจริญก้าวหน้ามุ่งประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน
       
       ศ.ดร.อุดม ทุมโฆสิต ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาและพัฒนาการปกครองท้องถิ่น คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (GSPA นิด้า) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐประศาสนศาสตร์ ได้รับการประสานจากสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ให้ดำเนินการจัดประชุมวิพากษ์ร่างกฎหมายการปกครองท้องถิ่น 4 ฉบับ ประกอบด้วย
       
       1. พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2.พ.ร.บ.รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3.พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ และ 4.พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ปรากฏว่า จากการหารือครั้งล่าสุด ซึ่งมีผู้นำองค์กรปกครองท้องถิ่น ผู้ทรงวุฒิ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในด้านกฎหมายท้องถิ่นมีความสนใจเข้าร่วมหารือเป็นจำนวนมาก และได้ข้อสรุปในการหารือเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ
       
       ที่ประชุมเห็นพ้องที่จะให้ยกเครื่องปรับปรุงระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และเพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีมีคุณภาพจากระบบการปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศ
       

       สำหรับหลักการสำคัญที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขร่างกฎหมายการปกครองทั้ง 4 ฉบับนั้น ประการแรกต้องเน้นความเป็นเอกภาพในกลไกการปกครองท้องถิ่นทั้งหมดมีความเป็นอิสระในตัวเอง องค์กรปกครองท้องถิ่นมีรายได้เพียงพอต่อความจำเป็นในการให้บริการประชาชน ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องมีความก้าวหน้าในสายอาชีพไม่น้อยกว่าข้าราชการประเภทอื่นๆ การกำกับดูแลท้องถิ่นต้องไม่ใช่การควบคุม ตลอดทั้งการส่งเสริมอุดหนุนกิจการท้องถิ่นต้องเปิดโอกาสและช่องทางให้ทุกกระทรวงทบวงกรม ได้มีช่องทางสะดวกในการสนับสนุนกิจการท้องถิ่นโดยตรง ไม่ใช่ผูกขาดไว้ที่กระทรวงมหาดไทย
       
       ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาและพัฒนาการปกครองท้องถิ่น GSPA NIDA กล่าวด้วยว่า ในกระบวนการพิจารณาปรับปรุงข้อกฎหมายตาม พ.ร.บ.นั้น ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับยังถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขดั้งเดิมมากมาย โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองท้องถิ่นและ พ.ร.บ.รายได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับการวิพากษ์จากที่ประชุมเป็นอย่างมาก เพราะโครงสร้างการบริหารงานนั้นยังไม่ปลดปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นอิสระอย่างแท้จริง
       
       พ.ร.บ.รายได้ท้องถิ่นจะต้องให้ความสำคัญต่อการให้อำนาจและพัฒนาความสามารถให้ท้องถิ่นมีรายได้ของตัวเอง ต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าหากจ่ายภาษีให้ท้องถิ่นไปแล้วเงินจำนวนนั้นควรจะต้องกลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง โดยอาจให้อนุกรรมการกฎหมายท้องถิ่นได้ตรวจสอบและกำหนดดูว่ามีรายการภาษีอะไรบ้างที่ควรมอบอำนาจให้ท้องถิ่นและมอบอำนาจให้ท้องถิ่นจัดหารายได้ของตัวเองอย่างไรได้บ้าง
       
       อย่างไรก็ตาม ความเห็นส่วนใหญ่ของที่ประชุม เห็นพ้องว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการให้เข็มแข็ง เช่น เรื่องการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การผลักดันให้ส่วนราชการทุกกระทรวงร่วมกันสนับสนุนส่งเสริมกิจการท้องถิ่นตามความเชี่ยวชาญ การปรับโครงสร้างส่วนบนให้มีเอกภาพยิ่งขึ้น การดูแลข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้มีขวัญกำลังใจมากขึ้น การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงมากขึ้น เป็นต้น
       
       โดยทั้งหมดนี้คาดว่าจะพยายามผลักดันข้อเสนอไปยังรัฐบาลเพื่อพิจารณาภายในเดือนเมษายนหากไม่ทันช่วงดังกล่าว คณะกรรมการจะจัดทำร่าง พ.ร.บ.เพื่อเสนอในนามประชาชนโดยจะชักชวนประชานให้ร่วมแนบรายชื่อจำนวนสองหมื่นรายชื่อยื่นเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งทั้งนี้ มองว่าการที่แต่ละสมาคมมีสมาชิกและพลังความคิดจำนวนมากควรช่วยกันส่งเสริมผลักดันอย่างเต็มที่ เมื่อผ่านพ้นไปได้ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ที่คุ้มค่า

 

ที่มา :www.manager.co.th  
 
 
 

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?