Skip to content
Advertisement
You are here: Home arrow ข่าวประกาศ arrow บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PricewaterhouseCoopers หรือ PwC) เลือกโชลูชันไอทีเสริมความแกร่งธุร
บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PricewaterhouseCoopers หรือ PwC) เลือกโชลูชันไอทีเสริมความแกร่งธุร พิมพ์ อีเมล์
 
 

บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PricewaterhouseCoopers หรือ PwC) เลือกโชลูชันไอทีเสริมความแกร่งธุรกิจ

 

 

บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส (PricewaterhouseCoopers หรือ PwC) บริษัทให้คำปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญจนเป็นที่ยอมรับในภูมิภาคต่างๆ มีพนักงานกว่า 140,000 คน ใน149 ประเทศ ในประเทศไทยมีพนักงานกว่า 1,000 คน มีธุรกิจใน 3 กลุ่มใหญ่ คือ
บริการด้านการสอบบัญชี
บริการที่ปรึกษาทางธุรกิจ
บริการที่ปรึกษาด้านกฎหมายและภาษี
ต้องการรองรับงานที่เพิ่มขึ้น ด้วยการใช้ไอทีเข้ามาช่วยในการจัดการระบบบริษัท

ล่าสุดได้เลือก บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC บริษัทประกอบธุรกิจบริการให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาและติดตั้งระบบระบบเครือข่ายพื้นฐานแบบบูรณาการ (Integrated Network Infrastructure) ที่คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ นายประสัณห์ เชื้อพานิช หุ้นส่วนและหัวหน้าสายงานตรวจสอบบัญชี ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส กล่าวว่า ปัจจุบันทาง PwC มองว่าการลงทุนในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านเครือข่ายมาปรับใช้ในองค์กรนั้น จะสามารถเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ในการประสานงานกันภายในองค์กรและระหว่างกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ นับเป็นสิ่งสำคัญที่จะมาช่วยเสริมศักยภาพการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

"เชื่อมั่นว่าบริษัทไอทีของคนไทยอย่าง เอ็ม เอฟ อี ซีฯ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการพัฒนาและวางระบบไอทีระดับชั้นนำของประเทศ จะสามารถพัฒนาประสิทธิภาพของระบบงานดังกล่าวให้ตอบสนองความต้องการทางด้านธุรกิจของ PwC ได้อย่างแท้จริง"เขาย้ำ
ขณะที่นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ MFEC กล่าวบริษัทได้ร่วมกับบริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อร่วมกันวางระบบให้กับกลุ่มบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คู-เปอร์ส เข้าไปดำเนินการพัฒนาและติดตั้งระบบเครือข่ายพื้นฐานแบบบูรณาการ (Integrated Network Infrastructure) ระหว่างกลุ่มบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ในประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และลาว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคมปี 2550 นี้

ทั้งนี้ สำหรับโซลูชั่นที่ทางบริษัทฯ เข้าไปดำเนินการให้นั้น เป็นการขยายขีดความสามารถและยกระดับการพัฒนาเครือข่ายแบบบูรณาการ (Integrated Network Infrastructure) โดยจะสามารถเชื่อมโยงระบบการจัดการด้านต่างๆ ขององค์กร และนำมาปรับใช้ได้ไม่ยุ่งยาก เป็นการลดขั้นตอนความซับซ้อนในการบริหารงานธุรกิจ ซึ่งสามารถต่อยอดการพัฒนาธุรกิจการบริการ อาทิ การพัฒนาระบบติดต่อสื่อสารในและนอกองค์กรที่รวดเร็วและเปี่ยมประสิทธิภาพ เป็นอีกหนึ่งที่ทาง “PwC” นำเข้ามาเสริมศักยภาพการบริหารงานให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม นับเป็นความน่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทฯได้เข้าไปดำเนินการพัฒนาระบบงานดังกล่าวที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานของผู้บริหารและบุคลากรของ PwC ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยระบบเครือข่ายพื้นฐานดังกล่าว ที่ผ่านการรับประกันคุณภาพในระดับสากล ซึ่งถือเป็นระบบเทคโนโลยีเครือข่ายการติดต่อยุคใหม่ ที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเฉพาะในส่วนของระบบ Back Office เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยในการติดต่อสื่อสารข้อมูล อีกทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถลดต้นทุนการประกอบการในระยะยาว จึงถือได้ว่าเป็นระบบที่เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ PwC ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน


 

 

 

 

ที่มา :www.cpaccount.net  
 
 
 

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?