Skip to content
Advertisement
You are here: Home arrow ข่าวประกาศ arrow รายงานวิเคราะห์งบการเงิน....บอกอะไรเราบ้าง
รายงานวิเคราะห์งบการเงิน....บอกอะไรเราบ้าง พิมพ์ อีเมล์
 
 

รายงานวิเคราะห์งบการเงิน....บอกอะไรเราบ้าง

 

 “ คบคนให้ดูหน้า ซื้อผ้าให้ดูเนื้อ” คำพังเพยของไทยที่ยังคงทันสมัยและใช้ได้ทุกเมื่อ ซึ่งมีความหมายเตือนสติในการพิจารณาคนหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ให้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ เช่นเดียวกับการที่ท่านจะนำเงินมาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ท่านก็ย่อมต้องศึกษากิจการให้รอบคอบ

                   ภายหลังจากท่านได้ทำความรู้จักกับบริษัทจดทะเบียนฯ ผ่านรายงานประจำปีไปบ้างแล้ว ยังมีส่วนสำคัญที่ท่านสามารถทำความรู้จักบริษัทฯ ได้ลึกซึ้งขึ้น โดยศึกษาจากรายละเอียดในงบการเงิน อันประกอบด้วย งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด งบแสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของเจ้าของ รวมทั้งหมายเหตุประกอบงบการเงิน และอื่น ๆ

                   ทั้งนี้งบการเงินที่ธุรกิจจัดทำขึ้นนั้น ถือเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ท่านทราบถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของกิจการต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจลงทุนในกิจการได้เป็นอย่างดี

                   แม้ว่างบการเงินจะมีประโยชน์มาก แต่ก็มีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย กล่าวคือ งบการเงินเกิดจากการนำข้อมูลทางการเงินที่เกิดจากผลงานที่เกิดขึ้นและผ่านมาแล้วในอดีต ซึ่งไม่อาจทำนายเหตุการณ์ในอนาคตได้เสมอไป หากผู้ใช้งบการเงินพิจารณาแต่เพียงข้อมูลในอดีต อาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ เปรียบเสมือนการขับรถในถนน หากมองแต่กระจกหลังเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างหน้า ย่อมไม่สามารถไปถึงที่หมายโดยปลอดภัยได้                    ดังนั้นผู้ใช้งบการเงินจึงต้องประเมินเหตุการณ์ในอนาคตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในองค์กรมากกว่าจะสนใจเหตุการณ์ในอดีต

                   ดังนั้นหากท่านได้ศึกษาถึงรายงานการวิเคราะห์งบการเงิน (Financial Statement Analysis) ย่อมจะช่วยขจัดข้อจำกัดดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้การวิเคราะห์งบการเงิน จะใช้เครื่องมือต่าง ๆ มาประเมินข้อมูลในงบการเงิน เพื่อทราบถึงฐานะและความมั่นคงของกิจการโดยการวิเคราะห์ถึงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานว่า มีความสามารถในการบริหารงานและการดำเนินธุรกิจอย่างไร สามารถใช้แนวทางการสร้างผลกำไรในอดีตไปสู่อนาคตเพียงไร

                   ก่อนหน้านี้ มีผู้ตั้งคำถามว่า หากจะตัดสินใจลงทุนในกิจการใดกิจการหนึ่ง ควรจะพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง บางท่านอาจตอบว่า พิจารณาจากกิจการที่มีกำไรดี บางท่านก็ว่า ดูที่กิจการที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป แต่บางท่านอาจตอบว่า ดูจากกิจการที่มีสินค้าที่ดีที่ได้รับรางวัลจากการประกวด

                   คำตอบเหล่านี้อาจจะไม่สามารถเป็นหลักประกันได้เสมอไปว่า กิจการเหล่านั้นเป็นกิจการที่น่าลงทุน เพราะในอนาคตอาจพบว่ากิจการที่มีชื่อเสียง หรือมีผลกำไรดี อาจมีฐานะการเงินย่ำแย่ จนถึงขั้นล้มละลายได้ แต่การวิเคราะห์งบการเงินจะสามารถช่วยตอบคำถามที่จะนำไปสู่การตัดสินใจได้ว่า ท่านควรเลือกลงทุนในกิจการใด

                   ดังนั้น การศึกษาถึงรายงานการวิเคราะห์งบการเงิน จึงเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะบอกให้เราทราบข้อมูล ดังนี้

                   ประการแรก ทำให้ทราบถึงคุณภาพของกำไรที่หามาได้ โดยพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรใน

                   อดีตว่าเป็นเช่นไร และจะส่งผลถึงแนวโน้มกำไรในอนาคตเพิ่มขึ้นเพียงไร ซึ่งนักลงทุนควรสนใจถึงประสิทธิภาพในการหารายได้ว่า เป็นรายได้ที่แท้จริงมิใช่รายได้หรือกำไรที่เกิดขึ้นชั่วคราวหรือกำไรจากการปรับแต่งทางบัญชี รวมทั้งมีการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยต้องประเมินถึงความคุ้มค่าในการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น

                   ประการที่สอง ทำให้ทราบถึงสภาพคล่องของกิจการ เนื่องจากกำไรที่เกิดขึ้นในงบกำไรขาดทุนนั้น ไม่อาจเป็นเครื่องยืนยันได้ว่ากิจการจะมีเงินมาใช้จ่ายเมื่อต้องการได้ทันที เพราะหากกำไรที่เกิดขึ้นนั้นเป็นกำไรที่เกิดจากยอดขายเชื่อ และหากไม่สามารถเก็บเงินจากลูกหนี้ได้ โอกาสที่จะประสบปัญหาทางการเงินย่อมเป็นไปได้สูง และทำให้เกิดความเสี่ยงในการบริหารจัดการ จนนำไปสู่ปัญหาล้มละลาย และอาจถึงกับต้องเลิกกิจการในที่สุด

                   ประการต่อมา ทำให้ทราบถึงประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ ทั้งนี้กิจการที่มีสินทรัพย์ในจำนวนที่

                   เหมาะสมจะช่วยให้การดำเนินงานประสบผลสำเร็จได้ดี กล่าวคือการมีสินทรัพย์ไว้ใช้งานเท่าที่จำเป็นจะช่วยให้ประหยัดเงินลงทุน เพื่อสามารถนำเงินไปลงทุนด้านอื่นที่ช่วยสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การเก็บสินค้าที่เกินความจำเป็น อาจทำให้สินค้าเก่าเสียหาย ทำให้เงินทุนจม และสูญเสียโอกาสที่จะมีเงินทุนหมุนเวียนไปหาประโยชน์อื่น

                   ประการสุดท้าย เพื่อวิเคราะห์ความถูกต้องของรายงานที่จัดทำขึ้น หากมีการวิเคราะห์งบการเงินแล้ว

                   โอกาสที่จะตรวจพบความผิดปกติของรายงานการเงินที่จัดทำขึ้นย่อมสูงกว่าการที่ไม่มีการวิเคราะห์ ทั้งนี้เราสามารถพิสูจน์ความถูกต้องหรือความสมเหตุสมผลของรายการหนึ่งจากอีกรายการหนึ่งได้ เช่น หากกิจการรายงานยอดขายเพิ่มขึ้น สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นสัมพันธ์กันก็คือรายการเกี่ยวกับเงินสด ลูกหนี้ สินค้า ต้นทุนสินค้าขาย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

                   การวิเคราะห์งบการเงิน สามารถจัดทำได้หลายวิธี แต่ละวิธีจะให้ประโยชน์แตกต่างกัน เช่น ช่วยให้มองเห็นถึงความเหมาะสมของตัวเลข หรือแสดงถึงความสัมพันธ์ของข้อมูล ซึ่งการวิเคราะห์งบการเงินอาจทำการวิเคราะห์แต่ละงบ เช่น วิเคราะห์เฉพาะข้อมูลจากงบดุล หรือ เฉพาะงบกำไรขาดทุน หรืออาจนำข้อมูลจากงบการเงินหนึ่งไปคำนวณร่วมกับอีกงบการเงินหนึ่ง โดยอาจวิเคราะห์ทั้งงบหรือใช้ข้อมูลเฉพาะบางรายการจากงบการเงินมาวิเคราะห์ เช่น การหาอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ จะนำข้อมูลกำไรสุทธิจากงบกำไรขาดทุน ไปเปรียบเทียบกับข้อมูลสินทรัพย์ซึ่งอยู่ในงบดุล เป็นต้น

                   เทคนิคการวิเคราะห์ที่นิยมใช้มี 3 วิธี วิธีแรกเรียกว่า การวิเคราะห์สัดส่วนจำนวนเต็มหรืออัตราร้อยละของยอดรวม ( Common size Analysis) หรือเรียกตามรูปแบบการวิเคราะห์ที่คำนวณในแนวดิ่งว่า การวิเคราะห์แนวดิ่ง (Vertical Analysis) วิธีที่สองคือ การวิเคราะห์แนวโน้มหรือแนวนอน (Trend or Horizontal Analysis) วิธีสุดท้ายได้แก่ การวิเคราะห์อัตราส่วน (Ratio Analysis)

                   แต่ละวิธีมีหน้าตาและวิธีการเช่นไร เห็นทีต้องยกยอดไว้ว่ากันในคราวหน้า สำหรับวันนี้ ท่านคงพอทราบแล้วว่ารายงานการวิเคราะห์งบการเงินนั้น สำคัญและมีประโยชน์อย่างไร “ กำไร” หาใช่เป็นคำตอบสุดท้ายที่จะบอกว่า กิจการเหล่านั้น ควรค่าแก่การนำเงินมาลงทุนเพียงใด

                   และหากท่านคิดจะเป็นนักลงทุน คงต้องยึดคติอีกบทหนึ่งว่า The buyer needs a hundred eyes, the seller but one. หรือ ผู้ซื้อจำเป็นต้องมีร้อยตา แต่ผู้ขายมีแค่หนึ่งก็พอ

 

 

 

 

 

 

ที่มา :www.dusithost.dusit.ac.th  
 
 
 

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?