Skip to content
Advertisement
You are here: Home arrow News arrow การทุจริตขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเท็จ
การทุจริตขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเท็จ พิมพ์ อีเมล์
 
 

การทุจริตขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเท็จ

ข่าวนี้ แม้จะเป็นข่าวเก่าตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ยังเป็นข่าวที่ไม่ได้เผยแพร่มากนักจึงขอนำมาประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วถึงกันอีกครั้งหนึ่ง

ตามกระแสข่าวแจ้งว่ากรมสรรพากร ได้เตือนให้ประชาชนได้ทราบโดยทั่วกันว่า ขณะนี้มีกลุ่มบุคคลกระทำการทุจริตขอคืนภาษีเงิน ได้บุคคลธรรมดาเป็นเท็จ โดยใช้วิธีส่งคนไปติดต่อกับพนักงานของบริษัทรวมทั้งลูกจ้างของโรงงานต่าง ๆ ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี เพื่อขอชื่อ-นามสกุล สำเนาทะเบียนบ้าน เลขประจำตัวประชาชนและเลขบัญชีเงินฝากธนาคาร อ้างว่าจะไปดำเนินการขอคืนภาษีให้

จากนั้นสร้างตัวเลขจำนวนเงินภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายปลอมขึ้นมาและนำไปยื่นแบบฯ ผ่านอินเทอร์เน็ต เพื่อขอคืนภาษีเป็นเท็จ เมื่อได้รับเงินคืนภาษีแล้วจะจ่ายค่าตอบแทนให้รายละ 500 บาท

วิธีการนี้กระทำมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ซึ่งกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบพบการ กระทำผิดได้ทุกรายโดยระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย

สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าว ผู้กระทำความผิดหรือร่วมกระทำความผิดจะถูกดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด โดยกรมสรรพากรได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และขณะนี้สามารถจับกุม กลุ่มผู้เป็นตัวการได้แล้ว อยู่ระหว่างดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง หรือพยายามฉ้อโกงเงินภาษีอากรของประเทศชาติและประชาชน อันเป็นความผิดตามมาตรา 341 มาตรา 80 และมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายสาธิต รังคสิริ ในฐานะโฆษกกรมสรรพากรกล่าวว่า “การกระทำการทุจริตขอคืนภาษีเป็นเท็จดังกล่าวข้างต้นถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และขออย่าได้หลงเชื่อคำชักชวน เพราะท่านอาจจะตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงได้ หากผู้ใดพบเห็นพฤติการณ์หรือเบาะแสของการกระทำผิดดังกล่าว โปรดแจ้ง ให้กรมสรรพากรได้ที่ ตู้ ป.ณ. 345 สามเสนใน กรุงเทพฯ 10400 หรือแจ้งทางโทรศัพท์ที่สรรพากร คอลเซ็นเตอร์ โทร. 0-2272-8000 เพื่อจะได้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษต่อไป”

แหล่งข่าวแจ้งว่า ความเสียหายแม้จะมีไม่มากนัก กล่าวคือ ประมาณ 10-20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับผลการจัดเก็บ แต่สะท้อนให้เห็นว่า ความเห็นแก่ตัวของผู้คน ความมักมาก อยากได้ของคนอื่นที่ตนเองไม่มีสิทธิ เป็นการคิดสั้น ๆ ว่า คงไม่มีใครจับได้ เพราะฉกเอาทีละไม่มาก อาจเคยได้แล้วไม่ถูกตรวจ แต่คราวนี้ไม่รอด ถือเป็นการผิดศีลข้อสอง เวรกรรมติด จรวดตามทันในบัดดล ส่งผลให้ผู้ทุจริตต้องมีอันเป็นไป เข้าทำนองซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน.

ที่มา : สุเทพ พงษ์พิทักษ์ เดลินิวส์

 

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?