Skip to content
DB function failed with error number 1044
Access denied for user: 'root@localhost' to database 'prosoft_accounttothai_db' SQL=UPDATE jos_banner SET impmade = impmade + 1 WHERE bid = 3
SQL =
UPDATE jos_banner
 SET impmade = impmade + 1
 WHERE bid = 3
You are here: Home arrow News arrow นิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา
นิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา พิมพ์ อีเมล์

นิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา

 
      ภาษีอากรเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกรูปแบบของการประกอบกิจการ นอกเหนือไปจากจำนวนผู้เข้าร่วมทุน ขนาดของเงินทุน ขนาดของกิจการ ประเภทของกิจการที่ประกอบ จำนวนผู้บริโภค วิธีการทางการตลาด รวมทั้งความน่าเชื่อถือ

      ในกรณีเลือกรูปแบบของการประกอบกิจการเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจว่า มีความแตกต่างไปจากการเลือกรูปแบบที่เป็นบุคคลธรรมดาอยู่หลายประเด็น อาทิ

      1. ระบบบัญชี การประกอบธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดานั้น ถือได้ว่า ยังมีระบบบัญชีที่ไม่น่าเชื่อถือ การจัดเก็บเอกสารหลักฐานไม่เป็นระบบแบบแผนที่ดี ดังนั้น ตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี หรือพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

      โดยทั่วไปไม่กำหนดให้บุคคลธรรมดามีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป เว้นแต่ผู้ประกอบธุรกิจเลือกที่จะจัดทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนตาม ความสมัครใจ

      ในขณะที่การประกอบธุรกิจในรูปบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ถูกบังคับให้ต้องจัดทำบัญชีและจัดเก็บรักษาเอกสารหลักฐานให้ถูกต้อง และต้องมีความน่าเชื่อถือสูง

      2. การหักค่าใช้จ่าย เนื่องจากการประกอบธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดาไม่มีความน่าเชื่อถือทางบัญชี รัฐจึงกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดหรือจะเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรหรือหักค่าใช้จ่ายจริงก็ได้

      ซึ่งหมายความว่าระบบบัญชีและเอกสารหลักฐานต้องสมบูรณ์พร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่สรรพากรทำการตรวจสอบ ในขณะที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนนั้น กำหนดให้หักรายจ่ายตามความเป็นจริง โดยต้องมีหลักฐานการจ่ายที่พิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้รับ

      นอกจากนี้ ในการประกอบธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดารัฐยังยอมให้หักลดหย่อน เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษีเงินได้ให้เเก่ผู้ต้องเสียภาษีอีกโสตหนึ่งด้วย

      3. อัตราภาษีเงินได้ กรณีประกอบธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดา รัฐมีแนวนโยบายที่จะจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักความสามารถในการเสียภาษี จึงกำหนดจัดเก็บในอัตราก้าวหน้าเป็นขั้นบันได ไต่ขึ้นไปจาก 5% จนถึง 37% ของเงินได้ สุทธิ ในขณะที่ภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้น โดยทั่วไปไม่มีอัตราก้าวหน้าหรือไม่มีแต้มต่อในกรณีแต่อย่างใด โดยจัดเก็บภาษีเงินได้ในอัตรา 30% ของกำไรสุทธิ และรอจัดเก็บภาษีเงิน  ได้จากเงินปันผลอีก 10% เป็นผลให้จำนวนเม็ดเงินภาษีเงินได้จากฐานกำไรสุทธิรวมเป็น 37% เท่ากับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุด

      ตัดสินใจให้ดีก่อนที่จะเลือกรูปแบบในการประกอบธุรกิจครับ.
 
โดย : สุเทพ พงษ์พิทักษ์
ที่มา : www.dailynews.co.th
 
DB function failed with error number 1044
Access denied for user: 'root@localhost' to database 'prosoft_accounttothai_db' SQL=UPDATE jos_banner SET impmade = impmade + 1 WHERE bid = 16
SQL =
UPDATE jos_banner
 SET impmade = impmade + 1
 WHERE bid = 16

อ่านบทความทั้งหมด

DB function failed with error number 1044
Access denied for user: 'root@localhost' to database 'prosoft_accounttothai_db' SQL=UPDATE jos_banner SET impmade = impmade + 1 WHERE bid = 11
SQL =
UPDATE jos_banner
 SET impmade = impmade + 1
 WHERE bid = 11
DB function failed with error number 1044
Access denied for user: 'root@localhost' to database 'prosoft_accounttothai_db' SQL=UPDATE jos_banner SET impmade = impmade + 1 WHERE bid = 12
SQL =
UPDATE jos_banner
 SET impmade = impmade + 1
 WHERE bid = 12
DB function failed with error number 1044
Access denied for user: 'root@localhost' to database 'prosoft_accounttothai_db' SQL=UPDATE jos_banner SET impmade = impmade + 1 WHERE bid = 27
SQL =
UPDATE jos_banner
 SET impmade = impmade + 1
 WHERE bid = 27

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?