Skip to content
Advertisement
You are here: Home arrow บทความภาษี arrow การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)
การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2) พิมพ์ อีเมล์
Average user rating    (0 vote)
Views 3940    

การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)

 
      เมื่อเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งอยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษี ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจแบบแจ้งรายการ (ภ.ร.ด.2) พร้อมกับประเมินค่ารายปีแห่งทรัพย์สินและคำนวณค่าภาษี และแจ้งให้ผู้เสียภาษีมาชำระค่าภาษีตามแบบรายการแจ้งการประเมิน (ภ.ร.ด.8.) หากไม่พอใจการประเมินของพนักงานต้องยื่นคำร้องของให้พิจารณาใหม่ (ภ.ร.ด.9) ภายใน  15 วัน ซึ่งหลักเกณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ในการประเมินค่ารายปีนั้น ได้แก่ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สิน ลงวันที่ 30 มีนาคม 2535 มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้     

ก. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินรายใหม่
          
      
1. กรณีที่มีค่าเช่า จะต้องนำมาพิจารณาว่าค่าเช่านั้นเป็นจำนวนเงินอันสมควรหรือไม่โดยดูจากลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์รวมกัน เช่น ลักษณะของวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ขนาดใช้สอยในพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง ฯลฯ ก่อนแล้วนำมาเปรียบเทียบกับราคาเช่ามาตราฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรหรือค่าเช่าอย่างอื่นว่าเหมาะสมหรือสมควรหรือไม่
        
      2. กรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้หรือไม่มีค่าเช่าให้เทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกัน  
    

ข. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินรายเก่า 

       พิจารณาปรับค่ารายปีตามภาวะเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการ และถือค่ารายปีที่ล่วงมาแล้วเป็นหลักประกอบการพิจารณาการคำนวณค่ารายปีในปีต่อมา ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาปรับค่ารายปี
ทุก ๆ 2 ปี

ค. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินที่มีลักษณะพิเศษ

       เช่น สถานีจำหน่ายน้ำมัน สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ให้ประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เฉพาะ


       เมื่อพิจารณาประกาศกระทรวงมหาดไทยข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้พิจารณาประเมิน "ค่ารายปี" นอกจากหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดแล้ว ยังมีหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่กำหนดอัตราค่ารายปีในแต่ละท้องที่ โดยเฉลี่ยจากอัตราค่าเช่าในท้องที่นั้น เพื่อหาอัตราค่าเช่ามาตราฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร เพื่อใช้ในการคำนวณค่ารายปีของผู้เสียภาษี ทำให้มีผู้เกิดความสงสัยว่า แนวปฏิบัติของหน่วยราชการนั้น ๆ จะมีผลบังคับต่อผู้เสียภาษีมากน้อยอย่างไร ในเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ขอหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) โดยคณะกรรมการกฤษฎีการดังกล่าวได้ให้ความเห็นในหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0307/ ว 2393 ลงวันที่ 10 กันยายน 2536 ข้อ 1. ว่า "หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

       อาจกำหนดราคาค่าเช่ามาตราฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรเป็นการภายในเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เป็นแนวทางประกอบการประเมินค่ารายปีได้ แต่ราคาดังกล่าวจะใช้เป็นราคาประเมินเด็ดขาดสำหรับผู้รับประเมินที่จะต้องชำระภาษีไม่ได้ เนื่องจากตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินไม่มีบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าว"
จากถ้อยความข้างต้นจะเห็นได้ว่า การประเมินค่ารายปีของพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากจะยึดแนวปฏิบัติของหน่วยราชการท้องถิ่นแล้ว ยังต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงอื่นที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อมิให้ประชาชนต้องรับภาระภาษีมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการ หรือภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น นอกเหนือไปจากค่ารายปีที่ใช้คำนวณค่าภาษีในปีก่อน (ถ้ามี) ดังถ้อยความที่ว่า " แต่ราคาดังกล่าวจะใช้เป็นราคาประเมินเด็ดขาด สำหรับผู้รับประเมินที่จะต้องชำระภาษีไม่ได้ " คำพิพากษาฎีกาที่ 23/2527 ระหว่าง บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง จำกัด โจทก์ กับ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย วินิจฉัยว่า

       "การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินต้องคิดคำนวณตามค่ารายปีที่เจ้าของให้เช่าหรือไม่ได้ให้เช่าซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี การเพิ่มค่ารายปีย่อมขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะประมาณภาวะเศรษฐกิจจากดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการ มิใช่อยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่แต่ฝ่ายเดียวที่จะกำหนดค่ารายปีเพิ่มขึ้นเท่าใดก็ได้   ทั้งต้องถือค่ารายปีที่ล่วงมาแล้วเป็นหลักในการคำนวณ" และหากมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากร ภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ค่ารายปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมิน น่าจะตกเป็นภาระของเจ้าพนักงานประเมิน
คำพิพากษาฎีกาที่ 961/2496 ระหว่าง หลวงประศาสน์นฤมาน โจทก์ กับ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จำเลย วินิจฉัยว่า " จำเลยรับว่าโจทก์เก็บค่าเช่าได้ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องจริง แต่อ้างว่าจำเลยและพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลย ได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย และกำหนดค่ารายปีโรงเรือนและที่ดินของโจทก์เหมาะสมถูกต้องแล้ว ดังนี้ มีข้อที่ต้องพิจารณาว่า ค่าเช่าโรงเรือนของโจทก์มีเหตุอันบ่งให้เหตุอันบ่งให้เห็นว่า มิใช่จำนวนอันสมควรที่จะให้เช่าในปีหนึ่ง ๆ จริงหรือไม่ เมื่อจำเลยรับว่า โจทก์เก็บค่าเช่าได้ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องจริง การที่จำเลยจะประเมินภาษีใหม่ก็ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เหตุดังกล่าวเป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบ แต่จำเลยไม่นำสืบแสดงว่าค่าเช่าที่โจทก์ได้รับมิใช่จำนวนตามสมควรแต่ประการใด จำเลยต้องแพ้คดี     

      1. คำพิพากษาฎีกาที่ 8219/2540 วินิจฉัยว่า บริษัท ธ. เป็นเจ้าของอาคารเลขที่ 624 ถนนเยาวราช ลักษณะของอาคารตึกด้านหน้า 5 ชั้น มีชั้นลอย ด้านหลังเป็นตึก 9 ชั้น มีด้านฟ้าตึกทั้งสองทะลุถึงกัน บริษัท ธ.ให้บริษัท พ. เช่าเดือนละ 80,000 บาทบริษัท พ. ให้ผู้อื่นเช่าช่วงสองราย ได้ค่าเช่าสูงกว่านี้มาก จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรที่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่า ค่าเช่าระหว่างบริษัท ธ. กับบริษัท พ. นั้น มิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีอำนาจประเมินค่ารายปีของบริษัท ธ. ในฐานะเจ้าของอาคาร โดยอาศัยอัตราค่าเช่าช่วง ที่บริษัท พ. ได้รับจากผู้เช่าช่วงมาเป็นของเท็จจริง และนำพยานหลักฐานอื่นมาประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าอาคารเลขที่ 624 สมควรให้เช่าได้ในอัตราเท่าใดได้
      2. ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 658/2489 วินิจฉัยว่า โรงเรือนที่ให้บุตรอาศัยนั้น ไม่มีข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
      3. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินลงวันที่ 30 มีนาคม 2535
      4. ตามพระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 13 ซึ่งบัญญัติว่า ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำ หรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น โรงสี โรงเลื่อย ฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือ ๑ ใน ๓ ของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้นรวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย

 
ที่มา : http://www.dharmniti.co.th/i_tax_year2.php


Last update: 21-03-2008 11:11

Published in : Article, บทความภาษี
Keywords : Article, บทความภาษี, การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)
Quote this article in website Favoured Print Send to friend Related articles Save this to del.icio.us

Users' Comments (0)

No comment posted

Add your comment



mXcomment 1.0.5 © 2007-2014 - visualclinic.fr
License Creative Commons - Some rights reserved
 
Advertisement
Advertisement
Advertisement

ชมสาธิต myAccount

Average user rating    (0 vote)
Views 3940    

การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)

 
      เมื่อเจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งอยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษี ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) พนักงานเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจแบบแจ้งรายการ (ภ.ร.ด.2) พร้อมกับประเมินค่ารายปีแห่งทรัพย์สินและคำนวณค่าภาษี และแจ้งให้ผู้เสียภาษีมาชำระค่าภาษีตามแบบรายการแจ้งการประเมิน (ภ.ร.ด.8.) หากไม่พอใจการประเมินของพนักงานต้องยื่นคำร้องของให้พิจารณาใหม่ (ภ.ร.ด.9) ภายใน  15 วัน ซึ่งหลักเกณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้ในการประเมินค่ารายปีนั้น ได้แก่ ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องหลักเกณฑ์การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สิน ลงวันที่ 30 มีนาคม 2535 มีสาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้     

ก. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินรายใหม่
          
      
1. กรณีที่มีค่าเช่า จะต้องนำมาพิจารณาว่าค่าเช่านั้นเป็นจำนวนเงินอันสมควรหรือไม่โดยดูจากลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์รวมกัน เช่น ลักษณะของวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง ขนาดใช้สอยในพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง ฯลฯ ก่อนแล้วนำมาเปรียบเทียบกับราคาเช่ามาตราฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรหรือค่าเช่าอย่างอื่นว่าเหมาะสมหรือสมควรหรือไม่
        
      2. กรณีที่หาค่าเช่าไม่ได้หรือไม่มีค่าเช่าให้เทียบเคียงกับค่ารายปีของทรัพย์สินอื่นที่มีลักษณะของทรัพย์สิน ขนาด พื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และบริการสาธารณะที่ทรัพย์สินนั้นได้รับประโยชน์คล้ายคลึงกัน  
    

ข. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินรายเก่า 

       พิจารณาปรับค่ารายปีตามภาวะเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการ และถือค่ารายปีที่ล่วงมาแล้วเป็นหลักประกอบการพิจารณาการคำนวณค่ารายปีในปีต่อมา ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาปรับค่ารายปี
ทุก ๆ 2 ปี

ค. การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินที่มีลักษณะพิเศษ

       เช่น สถานีจำหน่ายน้ำมัน สนามกีฬา ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ให้ประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เฉพาะ


       เมื่อพิจารณาประกาศกระทรวงมหาดไทยข้างต้นแล้วจะเห็นได้ว่า หลักเกณฑ์ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้พิจารณาประเมิน "ค่ารายปี" นอกจากหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกำหนดแล้ว ยังมีหลักเกณฑ์หรือแนวปฏิบัติของหน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่นที่กำหนดอัตราค่ารายปีในแต่ละท้องที่ โดยเฉลี่ยจากอัตราค่าเช่าในท้องที่นั้น เพื่อหาอัตราค่าเช่ามาตราฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตร เพื่อใช้ในการคำนวณค่ารายปีของผู้เสียภาษี ทำให้มีผู้เกิดความสงสัยว่า แนวปฏิบัติของหน่วยราชการนั้น ๆ จะมีผลบังคับต่อผู้เสียภาษีมากน้อยอย่างไร ในเรื่องนี้ กระทรวงมหาดไทยได้ขอหารือไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการร่างกฎหมาย คณะที่ 7) โดยคณะกรรมการกฤษฎีการดังกล่าวได้ให้ความเห็นในหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0307/ ว 2393 ลงวันที่ 10 กันยายน 2536 ข้อ 1. ว่า "หน่วยราชการบริหารส่วนท้องถิ่น

       อาจกำหนดราคาค่าเช่ามาตราฐานกลางเฉลี่ยต่อตารางเมตรเป็นการภายในเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ใช้เป็นแนวทางประกอบการประเมินค่ารายปีได้ แต่ราคาดังกล่าวจะใช้เป็นราคาประเมินเด็ดขาดสำหรับผู้รับประเมินที่จะต้องชำระภาษีไม่ได้ เนื่องจากตามกฎหมายว่าด้วยภาษีโรงเรือนและที่ดินไม่มีบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าว"
จากถ้อยความข้างต้นจะเห็นได้ว่า การประเมินค่ารายปีของพนักงานเจ้าหน้าที่ นอกจากจะยึดแนวปฏิบัติของหน่วยราชการท้องถิ่นแล้ว ยังต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงอื่นที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อมิให้ประชาชนต้องรับภาระภาษีมากเกินไป ตัวอย่างเช่น ดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการ หรือภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้น นอกเหนือไปจากค่ารายปีที่ใช้คำนวณค่าภาษีในปีก่อน (ถ้ามี) ดังถ้อยความที่ว่า " แต่ราคาดังกล่าวจะใช้เป็นราคาประเมินเด็ดขาด สำหรับผู้รับประเมินที่จะต้องชำระภาษีไม่ได้ " คำพิพากษาฎีกาที่ 23/2527 ระหว่าง บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง จำกัด โจทก์ กับ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย วินิจฉัยว่า

       "การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินต้องคิดคำนวณตามค่ารายปีที่เจ้าของให้เช่าหรือไม่ได้ให้เช่าซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละปี การเพิ่มค่ารายปีย่อมขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งน่าจะประมาณภาวะเศรษฐกิจจากดรรชนีราคาผู้บริโภคของทางราชการ มิใช่อยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานเจ้าหน้าที่แต่ฝ่ายเดียวที่จะกำหนดค่ารายปีเพิ่มขึ้นเท่าใดก็ได้   ทั้งต้องถือค่ารายปีที่ล่วงมาแล้วเป็นหลักในการคำนวณ" และหากมีการนำคดีขึ้นสู่ศาลภาษีอากร ภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ค่ารายปีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมิน น่าจะตกเป็นภาระของเจ้าพนักงานประเมิน
คำพิพากษาฎีกาที่ 961/2496 ระหว่าง หลวงประศาสน์นฤมาน โจทก์ กับ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ จำเลย วินิจฉัยว่า " จำเลยรับว่าโจทก์เก็บค่าเช่าได้ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องจริง แต่อ้างว่าจำเลยและพนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลย ได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย และกำหนดค่ารายปีโรงเรือนและที่ดินของโจทก์เหมาะสมถูกต้องแล้ว ดังนี้ มีข้อที่ต้องพิจารณาว่า ค่าเช่าโรงเรือนของโจทก์มีเหตุอันบ่งให้เหตุอันบ่งให้เห็นว่า มิใช่จำนวนอันสมควรที่จะให้เช่าในปีหนึ่ง ๆ จริงหรือไม่ เมื่อจำเลยรับว่า โจทก์เก็บค่าเช่าได้ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้องจริง การที่จำเลยจะประเมินภาษีใหม่ก็ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เหตุดังกล่าวเป็นหน้าที่จำเลยต้องนำสืบ แต่จำเลยไม่นำสืบแสดงว่าค่าเช่าที่โจทก์ได้รับมิใช่จำนวนตามสมควรแต่ประการใด จำเลยต้องแพ้คดี     

      1. คำพิพากษาฎีกาที่ 8219/2540 วินิจฉัยว่า บริษัท ธ. เป็นเจ้าของอาคารเลขที่ 624 ถนนเยาวราช ลักษณะของอาคารตึกด้านหน้า 5 ชั้น มีชั้นลอย ด้านหลังเป็นตึก 9 ชั้น มีด้านฟ้าตึกทั้งสองทะลุถึงกัน บริษัท ธ.ให้บริษัท พ. เช่าเดือนละ 80,000 บาทบริษัท พ. ให้ผู้อื่นเช่าช่วงสองราย ได้ค่าเช่าสูงกว่านี้มาก จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรที่ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่า ค่าเช่าระหว่างบริษัท ธ. กับบริษัท พ. นั้น มิใช่จำนวนเงินอันสมควรที่จะให้เช่าได้ พนักงานเจ้าหน้าที่จึงมีอำนาจประเมินค่ารายปีของบริษัท ธ. ในฐานะเจ้าของอาคาร โดยอาศัยอัตราค่าเช่าช่วง ที่บริษัท พ. ได้รับจากผู้เช่าช่วงมาเป็นของเท็จจริง และนำพยานหลักฐานอื่นมาประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าอาคารเลขที่ 624 สมควรให้เช่าได้ในอัตราเท่าใดได้
      2. ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 658/2489 วินิจฉัยว่า โรงเรือนที่ให้บุตรอาศัยนั้น ไม่มีข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
      3. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินค่ารายปีของทรัพย์สินลงวันที่ 30 มีนาคม 2535
      4. ตามพระราชบัญญัติ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 13 ซึ่งบัญญัติว่า ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำ หรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น โรงสี โรงเลื่อย ฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆ ในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหลือ ๑ ใน ๓ ของค่ารายปีของทรัพย์สินนั้นรวมทั้งส่วนควบดังกล่าวแล้วด้วย

 
ที่มา : http://www.dharmniti.co.th/i_tax_year2.php


Last update: 21-03-2008 11:11

Published in : Article, บทความภาษี
Keywords : Article, บทความภาษี, การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)การประเมินค่ารายปี (ตอนที่ 2)
Quote this article in website Favoured Print Send to friend Related articles Save this to del.icio.us

Users' Comments (0)

No comment posted

Add your comment



mXcomment 1.0.5 © 2007-2014 - visualclinic.fr
License Creative Commons - Some rights reserved

บริษัท โปรซอฟท์ ฯ ขอเชิญผู้บริหารและผู้ที่สนใจ เข้าร่วม ชมสาธิตโปรแกรม myaccount ที่ศูนย์ฝึกอบรมโปรซอฟท์ เพื่อให้ท่านมั่นใจในประสิทธิภาพของโปรแกรมก่อนการตัดสินใจซื้อ

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?